nattaphon's profileNathan HerPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
04 April Miracle of love part 3 .....อภิปรัชญา...วันนี้ ผม ตื่นมาด้วยความรู้สึกร้อนอบอ้าว ทั้งๆที่อยู่ในห้องนอน แต่ความร้อนจากเปรวแดด ก็ยังสามารถ สาดแพร่มาสู่ภายในห้องที่ปิดล้อมด้วยผนังที่ ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เมื่อคืนที่ผ่านมา ห้องนี้ยังมีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 25 องศา แต่ในระยะเวลาเพียงไม่ถึง สิบนาทีหลัง เครื่องหยุดทำงาน อุณหภูมิก็เสียด สูงขึ้นอย่างรวดเร็วตามสภาวะอากาศภายนอก...
10.00 น. แดด แรงอาจทำให้ใครหลายคนแสบไปได้ถึง อณูใต้ผิวหนังแต่ สำหรับ คนที่ต้องใช้หัวสมองอย่างผมนั้น ความร้อนที่เสียดแทรกเข้าสู่ผิวหนังคงไม่รุงแรง เท่าความร้อนที่กำลังแทรก ลงสู่ชั้นภายในสมองในตอนนี้...
วันนี้ กิจกรรม แรกที่เริ่มต้นขึ้นหลังจากผมลืมตาตื่น พร้อมๆกับอุณหภูมิที่ ไม่ต่ำกว่า 37 องศา น่าจะเป็น การอาบน้ำ แต่...ไม่ใช่.!!.
กลับกลายเป็นการ หลับตาลงอีกครั้ง พร้อมทั้ง ทบทวน คำว่า อภิปรัชญา...ที่บังเอินได้ อ่านพบในหนังสือเล่มหนึ่ง..
ที่กล่าวว่า
"" อภิปรัชญา คือ การหาความจริงสูงสุดที่เกี่ยวกับโลก ""
แล้วตอนนี้ความจริงที่สูงที่สุดของผม คืออะไร...+!!
ผมลุกขึ้น เดินออกจากห้องนอน ที่ตอนนี้เริ่มกลายสภาพเป็น เตาอบ มายืนอยู่หน้า กระจกบานใหญ่ เพื่อหาความจริงในร่างกายและใบหน้าที่สะท้อนอยู่ภายในกระจกนั้น...
ผมถามตัวเองในใจ พร้อมทั้ง มองลึกเข้าไปในดวงตา ที่ยังแดงกล่ำจากการนอนไม่พอเมื่อคืนก่อน..
ผมพบแต่...คำถามมากมายภายในดวงตานั้น..
การที่คนวัย ใกล้เข้าสู่ เลข 3 ต้องการเวลาที่จะนั่งคิดทบทวน สิ่งที่ผ่านมาในชีวิต มากกว่า การใช้ชีวิต เพื่อผ่านไป มันอาจจะ ขวางโลกสักหน่อย ที่ เกิดการตั้งคำถามกับการดำรงชีวิตอยู่ของตัวเอง...
อภิปรัชญาในทางจิต นิยม ที่ เพลโต เชื่อว่าแบ่งแยก เป็น สองส่วน คือ จิต กับ ร่างกาย...
ถ้า คนเรา ร่างกายกับจิตใจ ไม่ได้ เดิน ควบคู่กันไป บ้านเมืองและชีวิต คงจะสับสนและแย่..
ผม.....สบัดหัวเล็กน้อย .....เพื่อ ลบความคิดอัน สับสน งง งวย นี้ออกเพื่อ ต้อนรับวันใหม่ และเริ่มกิจกรรม อื่น เสียที ...
หลังจาก ทำความสะอาดร่างกาย แล้ว งานของผมก็ จำเป็นต้องเริ่มทันที....
รู้ไม๊ครับว่า...คนทุกคนต้องทำงาน...งานอะไรก็ได้...ที่เป็นเหมื่อนเครื่องมือที่จะนำพา ร่างกายและจิตใน ควบคู่กันไป..งานบางงานใช้ร่างกาย นำ หน้าจิตใจ..เช่น คนงาน แบกของ งานบางงานใช้ จิตใจนำหน้าร่างกาย อย่าง ศิลปิน ผมเคย ทำงานทั้งสองประเภท นี้มาแล้ว และทำให้ค้นพบว่า ทุกสิ่งในโลกใบนี้ มันต้องเดินควบคู่กันไป ด้วย เหตุและผลของการกระทำ...
เมื่อคุณ รัก สิ่งหนึ่ง คุณก็จะ กระทำเพื่อ แสดงออกถึงความรัก และ กระทำเพื่อ ได้ ความรักนั้นตอบ.. ผมไม่เคยเชื่อ ในบทเพลง หรือคำพูดของใครๆที่พูดว่า รักไม่ต้องการอะไร..
ความรัก ต้องการ...
สิ่งที่ความรักต้องการ คือภาชนะ เพื่อ รองรับมัน นั่นคือ จิตใจ และ ร่างกาย..
ความรักเหมื่อน อากาศ ไม่สามารถ อยู่ โดย ปราศจาก ภาชนะ ได้ ภาชนะที่ จะมารองรับ ความรัก คือ จิตใจ และร่างกาย.. เมื่อคนเรา มีภาชนะ ให้ ใส่ความรัก ด้วยมีทั้งร่างกายและจิตใจนั้น พอเราพบ สิ่งของ หรือ คนที่เราต้องการให้ความรักแล้ว...เราก็ต้องนำความรักของเรานั้น ออกจากภาชนะของเราเพื่อ ใส่แลกเปลี่ยนกับภาชนะ ของสิ่งหรือคนที่เรารัก... เมื่อไม่มีการแลกเปลี่ยนเกิดขึ้น ความรักก็ไม่เกิดขึ้น....( งง หรือเปล่า...)
ภาชนะ มีคุณค่าเมื่อ ได้ใช้งานโดยการบรรจุ สิ่งต่างๆ ฉันใด...
ร่างกายและจิตใจก็มีคุณค่า เมื่อได้ บรรจุไว้ด้วยความรัก ฉันนั้น...
ดังนั้น คนที่สมบูรณ์ จะต้องมี ร่างกาย จิตใจ ที่ดี และ มีการแลกเปลี่ยนความรัก..
แล้วอย่างนี้ สิ่งที่คนเรา มอบความรักให้แก่ กันและต้องการ กลับมา ก็คือ ความรักเช่นกัน...นั่นคือการแลกเปลี่ยน..
เพราะคนเรา มีความรักอยู่ตลอดเวลาแน่นอน...ถึง คนที่ไม่มี แฟน หรือ คนรัก...ก็มีความรัก อยู่แล้วในตัวของตัวเอง...เพียงแค่ยังไม่ได้แลกเปลี่ยนกับใคร เท่านั้นเอง....
.............................................................................................
อากาศเริ่มเย็นลงพร้อมกับ แสง ของดวงอาทิตย์ที่เริ่มอ่อนแรงลง... ผม ออกจากบ้านเพื่อ ทำหน้าที่ ผู้แลกเปลี่ยนความรักที่ดี แก่ ผู้ให้กำเนิดผม...
บนรถ เราได้คุยกันถึงเรื่อง เหตุและผลของปัจจุบัน...
ผมเข้าใจดี ว่า ยุคสมัยทางความคิดของ มนุษย์จะเปลี่ยนแปลงตาม เวลาและการค้นพบและการพัฒนาการทางความคิดตาบแบบฉบับ ผู้นำทางความคิด ....
ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่ามนุษย์ปัจจุบันเข้าใจโลกใบนี้ดีกว่าคนโบราณ...เพียงแต่ว่าคน ยุค ปัจจุบัน เยอะและ เสียงดังกว่าคน ยุคเก่าก็เท่านั้น...
ยุคเก่าอาจจะคิดว่า ชาตินี้ ไม่รวย เพราะชาติที่แล้ว... เป็นขโมย หรือชอบโกงเขา ชาตินี้หน้าตาไม่ดี เพราะชาติที่แล้วไม่ชอบทำบุญ......
แต่คำถามที่เกิดขึ้น ของยุคสมัยนี้จะ ถามว่า....แล้ว จำได้ไงว่า ชาติที่แล้วทำอะไรไว้....
คนที่ผม รัก เคยพูดสิ่งหนึ่งกับผม ซึ่งผม จำมันได้ ตลอดมา ถึงความรักที่ได้แลกเปลี่ยนกัน ว่า..
".ความรัก ขอแค่รักคนๆเดียว แค่ชาติเดียวก็พอแล้ว.... "
เพราะชาติที่แล้ว หรือ ชาติหน้าเราก็คงจำกันไม่ได้ และก็คงจำสิ่งที่เกิดในชาติที่แล้วไม่ได้อยู่ดี...
ความคิดและคำพูด พร้อมรอยยิ้มและน้ำตา ประโยคนั้นผม จดจำได้และ คิดตลอดทาง.. จนผมมาหยุดอยู่ที่ สนามยิงปืน...แห่งหนึ่ง
ผม สั่งกระสุน และเป้ามา 4ชุด พร้อมกระสุน ชุดละ 5 นัด ปลอกทองเหลือง ขนาด 22มม.
กระสุนชุดละ 5 นัด บรรจุลงสู่ รังเพลิง และขึ้นไกเรียบร้อย .....
สายตา ของผม ที่เพ่งมองออกไป... ที่เป้า ห่างออกไปนั้น ผมเพ่งไปยัง อนาคต ข้างหน้า.......
พร้อม ลั่นไก กระสุน ออกไป ห้าครั้ง จนหมดกระสุน ชุดแรก...ก่อนจะหมด กระสุนนัดสุดท้าย
ผมได้เข้าใจ ในสิ่งที่ผม คิดมาตลอดทั้งวัน และความหมายของ อภิปรัชญา สำหรับผม....ความจริงสูงสุดในชีวิต ของผม นั่นคือ..
การยิงปืน....เมื่อใดที่ผม เล่งไปยังอนาคต... พร้อมกับในมือ มีกระสุนที่พร้อมจะยิง.. นัดสุดท้าย
เมื่อลั่นไกพร้อมกับ นกปืนสับลง.... ไม่ว่า ที่เป้าอันห่างไกล ออกไปนั้น จะเป็น ความรัก ชีวิต หรือ สังคม..
ผมไม่สามารถ วางปืนลงแล้ว นอนกับพื้นได้ มีทางเดียวคือ ยิงกระสุนนัดนั้นออกไป..
มุงไปสู่ อนาคต หรือดับชีวิต ตัวเอง..
เมื่อ สิ้นเสีงกระสุนทั้งห้า นัดนั้น... ผมได้ยินแต่เพียงเสียงหวีดหวิว ใน หู ของผม พร้อมกับ หันไปมองข้างกาย.....
...เห็น พี่ สาวยืนหัวเราะอยู่ .....บอกว่า...."" มันยิงไม่เข้าเป้า สัก นัดเลย." ...."" ห่วย หว่ะ.."" !!
กำ .........
![]() ขอบคุณ เพื่อนๆที่คอยติดตามอ่าน จนจบ ขอให้ทุกท่าน ดำเนินชีวิตเพื่อมุงไปสู่ อนาคต ที่ท่าน ต้องการ
.......................เล่งไว้ให้ดี และ ยิงมันออกไป ............. |
|
|